จากเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมานี้ แอดมินได้รับโอกาสเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์ เพื่อนร่วมงานใหม่ ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ปฎิบัติการ ถือเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิตแอดมิน ที่ได้มีส่วนร่วมในงานลักษณะนี้ และจากประสบการณ์ดังกล่าวนี้ แอดมินกลับพบว่า มีบางเรื่องที่เป็นที่น่าสนใจ จึงอยากจะนำมาแชร์ให้กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ หรือใครที่มีลูกหลานกำลังอยู่ในวัยเรียน มาติดตามกันค่ะ ว่าแอดมินมีอะไรมาฝาก และมาแนะนำกันบ้าง

เกรด

สำหรับใครที่กำลังคิดว่า เกรดไม่มีผลต่อการสมัครงานราชการ แอดมินตอบได้ตรงนี้เลยว่า คุณคิดผิดค่ะ เพราะสิ่งแรกที่เราจะพิจารณาประกอบกับการสัมภาษณ์งานราชการ ไม่ใช่ชื่อสถาบัน ว่าคุณจบจากที่ไหนมา ไม่ใช่เกียรตินิยม และไม่เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรการศึกษา แต่สิ่งที่เราดูอันดับแรกคือ “เกรดเฉลี่ยรายวิชา” โดยเฉพาะ วิชาเอก เพราะโดยทั่วไปแล้วนั้น วิชาเอก จะเป็นวิชาที่เราเรียนแล้วรู้สึกอินกับมัน ดังนั้น ถ้ารู้สึกอินกับสิ่งใด ๆ ก็ควรต้องทำสิ่งนั้นออกมาได้ดี เกรดก็ย่อมออกมาดีด้วยจริงไหม

แต่หากเกรดออกมาไม่ดี ก็ไม่เป็นไรนะคะ สำหรับการสอบสัมภาษณ์งานราชการ เพราะเราเข้าใจในความแตกต่าง ด้านความสามารถในการเรียนรู้ของแต่คนนั้น มีไม่เท่ากัน บางคนอาจรักสิ่งนี้มาก พยายามจนถึงที่สุดแล้ว แต่สุดท้าย เกรดก็ยังออกมาไม่ดี ดังนั้นเราจึงมีข้อพิจารณาอื่น ๆ อีก สำหรับการสอบสัมภาษณ์งานราชการ

งานอดิเรก และความสามารถพิเศษ

ในการสอบสัมภาษณ์งานราชการนั้น จะมีการถามถึงเรื่องงานอดิเรก และความสามารถพิเศษ โดยบางคนเรียนสาขาอื่นมา ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนิเทศศาสตร์เลย แต่ในการส่วนของงานอดิเรก และความสามารถพิเศษ เขียนมาซะยืดยาว จนคนสัมภาษณ์งานราชการ ต้องแอบอมยิ้ม เพราะรู้ว่าเขา ต้องพยายามเรียนรู้สิ่งนี้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การใช้โปรแกรมการตัดต่อ การออกแบบ ฯลฯ ดังนั้น การที่ไปสัมภาษณ์งานราชการ แล้วให้ข้ออ้างว่า ไม่ได้เรียนมา ถึงเป็นเหตุให้ไม่รู้ สำหรับในปัจจุบันนี้ ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้วนะคะ เพราะคนอื่น ๆ เขาก็เรียนเพิ่มเติม หรือหาได้จากอินเตอร์เน็ต ดังนั้นทุกคนจึงต้องพยายาม และทำให้ได้ใกล้เคียงกับคนอื่น ๆ ในสายอาชีพเดียวกัน

นอกจากนี้ งานอดิเรก อาจไม่เกี่ยวข้องกับงานราชการ ที่เรากำลังสัมภาษณ์ แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ และทักษะทางสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำงานเป็นทีม ซึ่งกรรมการแบบแอดมิน ก็จะพิจารณาในส่วนนี้ด้วยเช่นกันนะคะ เช่น การวิ่ง การเล่นโยคะ หรือการเล่นดนตรี เป็นต้น หรือหากน้อง ๆ ท่านใด ที่ยังไม่มีงานอดิเรกในตอนนี้ อยากให้ลองมองหางานอดิเรกทำสักอย่าง ที่เราชอบ แล้วนำสิ่งนั้น มาเชื่อมโยงเข้ากับการทำงาน

Portfolio

สำหรับ Portfolio ในที่นี้หมายความว่า พื้นที่โชว์ผลงาน ที่กรรมการสามารถเปิดดูได้ ในระหว่างการสัมภาษณ์งานราชการ และต้องไม่ใช่แค่รูปที่ติดสวย ๆ เพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็นที่รวบรวมผลงาน ที่ตัวเองเคยทำมา ไม่ว่าจะเป็นงานอาสา งานประประกวด ทั้งที่ได้รางวัล และไม่ได้รางวัล หรืองานกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น เพราะมันจะทำให้กรรมการรู้สึกว่า คุณมีทั้งวามรู้ และทักษะอื่น ๆ ในชีวิต ที่มากกว่าการเรียน รวมถึง กรรมการสัมภาษณ์งานราชการ จะได้เห็นความสามารถในการออกแบบ และการใช้งาน Digital Media ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของงาน ตำแหน่งงานประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

การเตรียมตัว

สำหรับการสัมภาษณ์งานราชการ คือช่วงเวลาสั้น ๆ ที่คุณจะสามารถสร้างความประทับใจให้แก่กรรมการ ดังนั้น จึงเป็นที่แน่นอนว่า ผู้ที่เตรียมมาดี โดยการเรียบเรียงเนื้อหา การเล่าเรื่องได้ดี โดยเฉพาะที่เป็นเรื่องของตัวเอง นั่นจะเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้ฟังอีกด้วย ตัวอย่างเช่น

บางบทสนทนา อาจไม่เกี่ยวข้องกับเนื้องาน แต่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของบุคคลนั้น ๆ หรือมีเด็กอยู่คนหนึ่งที่มี Story Telling ที่ดีมาก เขามักพูดในประเด็นที่คนอื่นไม่พูดกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นตัวตนของเขา ในเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ จนเราฟังแล้วรู้สึกได้ว่า เด็กคนนี้มีความเป็นมนุษย์ที่สูงมาก ดังนั้น บางเรื่องราวไม่ต้องว่าว่าเราเป็นคนดี หรือเป็นคนเก่ง แต่ต้องมีวิธีการเล่าเรื่องที่ดี โดยการที่จะเล่าเรื่องได้ดี ก็คือต้องมีการเตรียมตัวที่ดีนั่นเอง

ปิดการขาย

ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ผู้สัมภาษณ์งานราชการ จะเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้พูดแสดงความรู้สึกสั้น ๆ ว่า “ทำไมเราต้องเลือกเขา” ซึ่งหลายคนตอบได้ดีมาก จนผู้สัมภาษณ์งานราชการรู้สึกว้าวกับหลาย ๆ คำตอบ ดังนั้นก่อนไปสอบสัมภาษณ์งานราชการ ให้คุณจำคำถามนี้ให้ดี แล้วต้องเตรียมคำตอบมาเป็นอย่างดีด้วยนะคะ

จะเห็นได้ว่า งานราชการในยุคใหม่นี้ ไม่ได้ล้าหลังเหมือนที่ใครหลายคนคิด เพราะมีคนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาสู่งานราชการกันมากขึ้น ส่วนตัวแอดมินนั้น ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการค้นหาคนรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพเข้ามาทำงานราชการ ร่วมกับขับเคลื่อนงานตามภารกิจ และนโยบายของรัฐบาล ไปสู่ประชาชน